4 ปัญหาที่คุณอาจต้องพบ จากการจ้างพนักงานใหม่

หลายๆ บริษัทก็คงเคยมีประสบการณ์จ้างพนักงานใหม่แล้วพบว่า “อ้าว ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา” หรือพอเรียกสัมภาษณ์แล้วผู้สมัครถึงสามในสี่คนก็ไม่ตรงกับเรซูเม่ที่ส่งเข้ามา เจอปัญหาแบบนี้ตอนสัมภาษณ์ก็ยังพอว่า แต่ถ้าเซ็นสัญญาจ้างแล้วมารู้เอาทีหลังว่าไม่ตรงความต้องการของบริษัทขึ้นมา ก็เสียดายทั้งทรัพยากร เสียดายเวลาของผู้บริหารและฝ่ายบุคคล รวมไปถึงเวลาของตัวพนักงานใหม่ที่อาจจะกำลังทำงานไม่ตรงกับความถนัดของตัวเองอีกด้วย

ช่วงเวลาทดลองงานถือเป็นช่วงเวลาวัดใจทั้งสำหรับตัวพนักงานใหม่และบริษัท ถ้าพนักงานทำงานได้ดีบริษัทก็โล่งใจให้ผ่านได้กันสบายๆ แต่ไม่ใช่พนักงานใหม่ทุกคนจะผ่านการทดลองงาน เพราะปัญหาแรกที่บริษัทอาจต้องเจอ คือความสามารถที่ไม่เหมือนตอนที่คุยกันตอนสัมภาษณ์

“ความสามารถที่ไม่เหมือนตอนที่คุยกันตอนสัมภาษณ์”

ขึ้นชื่อว่าเป็นการสัมภาษณ์ ใครๆ ก็อยากจะดูดีในสายตาผู้ว่าจ้าง ไม่แปลกเลยที่ผู้สมัครแต่ละคนจะทำเรซูเม่อย่างดี สวยงาม และตอบคำถามเอาใจผู้สัมภาษณ์ เป็น Mr.Yesman แต่พอได้ทำงานจริงๆ กลับทำได้ไม่ถึงครึ่งที่เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้

“ประสบการณ์ไม่พอที่จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย”

ปัญหาที่สองที่พบบ่อย คือประสบการณ์ไม่พอที่จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ฝ่ายบุคคลน่าจะพอรู้แล้วว่า ถึงระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาของผู้สมัครแต่ละคนจะเท่ากัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีประสบการณ์เท่ากัน บางคนมีประสบการณ์สองปีในบริษัทที่เปิดโอกาสให้ได้ทำงานที่ท้าทาย พบปะผู้คน และพัฒนาตนเองได้ตลอดเวลา แต่บางคนก็มีประสบการณ์ทำงานนั่งโต๊ะ ไม่ได้พัฒนาอะไรมากมายก็เป็นไปได้ นอกจากปัญหานี้จะทำให้บริษัทมองข้ามผู้สมัครบางคน ยังส่งผลถึงปัญหาที่สามอีกด้วย

“ทักษะไม่ตรงตามตำแหน่งงาน”

ปัญหาที่สาม คือปัญหาทักษะไม่ตรงตามตำแหน่งงาน เพราะผู้จ้างต้องการทักษะที่ติดตัวมาจากประสบการณ์ของผู้สมัคร จะขั้นต่ำสองปี หรือห้าปี ก็คัดตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ได้แค่ตัวเลข พอรับมาทำงาน ได้เป็นพนักงานใหม่แล้วทักษะที่ต้องมาจากประสบการณ์กลับไม่ตรงตามตำแหน่งงานเสียนี่

ปัญหาโลกแตกในที่ทำงาน “พนักงานใหม่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้”

ปัญหาข้อสุดท้ายที่บริษัทอาจจะต้องเจอ และไม่สามารถรู้ได้ภายในห้องสัมภาษณ์คือ พนักงานใหม่เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ อีกครั้งที่เราต้องยอมรับว่าคนที่มาสัมภาษณ์ล้วนต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้ผู้จ้างประทับใจ จึงไม่แปลกเลยที่ผู้สมัครทุกคนดูจะเป็นคนร่าเริง เข้ากับผู้คนได้ง่าย ทัศนคติดี สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แต่พอมาทำงานจริงๆ ที่เคยเฟรนด์ลี่ก็ไม่เหมือนเดิม ในทางกลับกันพนักงานปัจจุบันก็อาจจะไม่ชอบลักษณะนิสัยบางอย่างของพนักงานใหม่ หรือแค่ “เคมีไม่ตรงกัน” ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขอะไรไม่ค่อยจะได้ก็เป็นไปได้

จะให้ฝ่ายบุคคลใช้เวลาคัดเลือกคนไปจนถึงทัศนคติจนรู้ตัวตนจริงๆ ของผู้สมัครก็คงไม่ทันใช้ ให้จ้างมาแล้วทำงานไม่ได้หรือหาจนกว่าจะเจอคนที่ตรงตามที่ต้องการ หรือจะรอให้ครบช่วงทดลองงานแล้วบอกว่าไม่ผ่านการทดลอง พนักงานใหม่ก็ต้องเริ่มหางานใหม่ ฝ่ายบุคคลก็ต้องเริ่มหาคนใหม่อีก ทางไหนก็เสียดายเวลาและทรัพยากร สู้ให้ฝ่ายบุคคลมาใส่ใจการฝึกอบรม เพิ่มทักษะและประสิทธิภาพในการทำงานให้พนักงานปัจจุบันน่าจะดีกว่า เพราะคงไม่มีบริษัทไหนอยากลงทุนอะไรที่ไม่ได้ผลตอบแทนกลับมา

แล้วจะหลีกเลี่ยงปัญหาที่ว่ามาทั้งสี่ข้อได้อย่างไร?

เราอาจจะหลีกเลี่ยงปัญหาทั้งหมดไม่ได้ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการส่งผู้สมัครที่มีในมือให้กับบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการคัดเลือกพนักงานให้กับบริษัทและองค์กรต่างๆ ให้มาคัดเลือกพนักงานใหม่ให้ตรงตามมาตรฐานที่ต้องการ ครบทั้งความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ หลายบริษัทที่ใช้บริการการคัดเลือกพนักงาน (Screening) ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประหยัดเวลามากกว่า ได้คนตรงใจมากกว่า ลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทั้งสี่ข้อ นอกจากนี้บริษัทยังสามารถนำทรัพยากรที่ต้องใช้ในการหาพนักงานใหม่เองไปใช้ลงทุนหรือพัฒนาด้านต่างๆ ภายในองค์กรได้อีกด้วย และไม่ใช่เพียงพนักงานใหม่เท่านั้น พนักงานปัจจุบันก็สามารถผ่านการคัดเลือกจากบริการนี้ประเภทนี้ได้ หากบริษัทไม่แน่ใจว่าประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานตกลงจากช่วงที่เริ่มทำงานใหม่ๆ หรือเปล่า

จะรอให้ปัญหาเกิดขึ้นทำไมในเมื่อบริษัทของคุณสามารถลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทั้งหมดนี้ได้ ใช้บริการคัดเลือกพนักงาน (Screening) จาก Siamraj Outsource ผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดเลือกพนักงาน ไม่ว่าจะพนักงานปัจจุบันหรือพนักงานใหม่ก็สามารถคัดเลือกให้ได้ตรงตามมาตรฐานที่บริษัทต้องการ เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงที่สุดของพนักงานและบริษัท